Contact Aklare here
k_rebirth@hotmail.com

ขอมอบ Entry นี้ให้แก่เด็กใหม่หัดคอสและตัวข้าพเจ้าเองเพื่อไว้เตือนสติตัวเอง

ประโยคที่คนคอสเพลย์ต้องเคยเจอ (เราเชื่อเองว่า 90% ต้องเคยเจอ)

“ทำไมถึงมาคอสเพลย์ ทำอะไรบ้า ๆ ไร้สาระ”

คำตอบที่เหมือนกันของทุกคนคือ เพราะ “ชอบ”

 


 

จริงๆแค่นั้นก็น่าจะจบ เพราะหลาย ๆ คนทำหลาย ๆ อย่างด้วยความชอบส่วนตัวทั้งนั้น ไม่จำเป็นหรอกว่าทุกอย่างต้องมีเหตุผลเสมอไป

แต่ปกติคนเราใช้อารมณ์ควบคู่กับเหตุผลในตัดสินใจ แล้วคุณมีเหตุผลหรือไม่?

คุณชอบคอสเพลย์เพราะอะไร? คุณตอบตัวเองได้ไหม นอกจากคำว่า “ชอบ”

เพราะคนคอสเพลย์หลายคนยังต้องพึ่งพาเงินจากผู้ปกครอง (สำหรับคนที่มีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว หรือมีฐานะดีมากข้ามได้เลยค่ะ)

อยากทุกๆคนให้ระลึกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์นั้นมีค่า คุณพ่อ-คุณแม่ หรือผู้ปกครองต้องทำงานเพื่อหาเงิน และเขายังต้องจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ตที่คุณกำลังใช้ ค่าภาษี ค่าซ่อมบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมันรถ ค่าการเดินทาง ฯลฯ รวมทั้ง “ค่าขนมลูก” ลองคิดเล่นๆดูนะคะว่าฐานะปัจจุบันของคุณต้องมีเงินเดือนเท่าไรถึงจะพอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ หากคุณต้องดูแลบ้านคุณต่อไปในอนาคต

นั่นแหล่ะค่ะ สาเหตุที่ผู้ปกครองท่านถึงถามบ่อยๆว่าทำแล้วได้สาระอะไร

การคอสเพลย์คุ้มค่ากับเวลาและเงินที่เสียไปหรือไม่?

ถ้าคุณตอบว่า...
“ดีกว่าไปซื้อของแพงๆ ซื้อของแบรนด์เนม”
“ดีกว่าไปจีบสาว จีบหนุ่ม”
“ดีกว่าไปเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้า สูบบุหรี่”
“ดีกว่าไปเสพยา เล่นการพนัน”

ขออนุญาตนะคะ...

- คนที่ซื้อของแพงๆ ของแบรนด์เนมก็จะบอกว่า ซื้อมาแล้วต่อไปก็ยังขายได้ราคาดี เป็นที่ยอมรับในสังคม ใช้แล้วเป็นการยกระดับให้ตัวเอง ของดีมีคุณภาพย่อมทนทานกว่า จะได้ใช้ไปนานๆ แล้วชุดคอสของคุณล่ะคะ ค่าตัดแพงกว่าเสื้อผ้าธรรมดา แต่ใส่กี่ครั้ง? ใส่บ่อยๆไหม?

- คนที่จะไปจีบใคร ความคิดแบบนี้มีได้ทุกประเภทของสังคมค่ะ คนที่มางานเพราะหวังแบบนี้ งานการ์ตูนก็มีค่ะ

- คนที่จะไปเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้า สุบบุหรี่นั้น คนที่มีวุฒิภาวะหลายๆคนไปเพื่อผ่อนคลายค่ะ วิธีคลายความเครียดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อะไรๆที่ทำอยู่ในระดับพอดีๆ ไม่เดือนร้อนคนอื่นก็ไม่เป็นไรค่ะ เค้าอาจจะชอบการผ่อนคลายแบบนั้น ชอบบรรยากาศในร้านเหมือนที่เราชอบอยู่ในงานการ์ตูน เค้าอาจจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบเหมือนเวลาที่เราหยิบหนังสือการ์ตูนขึ้นมาอ่าน
(ไม่ได้สนับสนุนนะคะ เข้าใจว่าไม่ดีต่อสุขภาพค่ะ แต่คนที่ต้องการการผ่อนคลายในรูปแบบนี้มีจริงๆค่ะ)

- คนที่เสพยา และเล่นการพนัน อันนี้ไม่ดีแน่ๆค่ะ แต่ขอร้องว่าอย่าเอาการคอสเพลย์ไปเปรียบเทียบเลย ถ้าคุณคิดว่าการคอสเพลย์มีดีกว่าคนที่เสพยาและเล่นการพนันมาก อยากให้ลองหาเหตุผลประกอบด้วยค่ะ เพราะคนอีกหลายล้านคนก็ไม่ได้เป็นคนที่เสพยา และเล่นการพนันเช่นเดียวกัน

แล้วเหตุผลแบบไหนถึงจะเป็นเหตุผลที่ดีล่ะ?

เราคงตอบได้ไม่หมด เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ขอยกตัวอย่างดังนี้ค่ะ

 

คอสเพลย์แล้วได้เพื่อนใหม่ ๆ นะ

 


เพื่อนคนไหนล่ะ? สังคมสมัยใหม่เป็นสังคมที่ผิวเผินมาก แค่แอม MSN หรือ Hi5 คุยกัน 2-3 คำก็ให้เบอร์โทรศัพท์นัดเจอกันก็มี ถ้าเราไม่ทำความรู้จักคนๆนั้นให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน เราอาจจะได้เพื่อนที่ไม่ดีก็ได้

 

คุณเคยเล่าเรื่องเพื่อนๆของคุณให้ที่บ้านฟังหรือไม่ อย่างน้อยก็ตอบให้ได้ว่า เพื่อนชื่ออะไร เรียนอยู่ที่ไหน บ้านอยู่แถวไหน ยืนยันการมีตัวตนของเพื่อน คุณเคยเปิดรูปให้ดูแล้วแนะนำว่านี่เป็นเพื่อนของคุณหรือเปล่า คุณเคยให้ที่บ้านรู้จักเพื่อนของคุณแล้วหรือยัง เป็นสิ่งที่คุณควรจะทำค่ะ

ไม่มีผู้ปกครองคนไหนอยากให้ลูกคบคนที่ไม่ดี เพื่อนที่ดีๆย่อมชักจูงคุณไปทางที่ดี ลองเล่าเรื่องสิ่งดีๆที่คุณได้จากเพื่อนคนนี้ให้ผู้ปกครองคุณฟังดูสิ สมมติว่าเธอชื่อ A

- “แม่วันนี้ได้คุยกับ A เค้าชอบการ์ตูนเรื่องเดียวกับผมเลย คนนี้อ่ะแม่ ผมว่าจะคุยกับเค้าเรื่องคอสเพลย์ดู”  
- “แม่คะ วันนี้ A พาหนูไปเลือกซื้อผ้ามาด้วยละ A รู้จักเลือกผ้าเก่งมากเลย หนูได้รู้อะไรเยอะแยะเลย”
- “พ่อครับ วันนี้ผมขอไปข้างนอกกับเพื่อนชื่อ A จากโรงเรียน XXX นะ แต่ผมจะกลับมาทานข้าวเย็นกับพ่อนะ“

อาจจะดูเหมือนเรื่องส่วนตัว ทำไมต้องบอกผู้ปกครอง แต่ถ้าผู้ปกครองรู้จักเพื่อนของคุณจะช่วยลดคลายความกังวลของผู้ปกครอง เช่น ถ้าแนะนำแล้ว “หนูไปงานกับ A นะ” ผู้ปกครองก็จะนึกภาพออกและโล่งใจที่คุณมีเพื่อนร่วมงานเรียบร้อย

 

คอสเพลย์แล้วได้รู้จักการสร้างสรรค์นะ

 


ถ้าคุณเอาเงินค่าขนมทั้งหมดที่เก็บได้ ไปจ้างคนตั้งแต่เลือกผ้า ตัดชุด ซื้อวิก เซ็ตทรง ทำออฟชั่น ทั้งหมด แล้วคุณเอามาใส่ถ่ายรูป ยืนโพส เดินยิ้ม คุณไม่ได้สร้างสรรค์อะไรเลยค่ะ

 

ตั้งแต่คอสเพลย์มา คุณเคยทำอะไรบ้างลองนึกดูสิคะ

เช่น
-    คุณได้ฝึกวาดแบบแกะแบบเสื้อผ้าจากตัวการ์ตูนให้กลายเป็นเสื้อผ้าได้จริงๆ
-    คุณได้เลือกผ้าเป็นครั้งแรก รู้จักชนิดของผ้าและอุปกรณ์ต่างๆมากขึ้น
-    คุณรู้จักว่าซื้อของที่ไหนถูกกว่าที่ไหน แค่ไหนถึงจะเหมาะสม
-    คุณได้รู้จักการทำอุปกรณ์จำลองต่างๆ ด้วยตัวคุณเอง รู้จักเอาอุปกรณ์ที่มีอยู่มาประยุกต์ทำสิ่งต่างๆ
-    คุณได้ฝึกซ้อมการแสดง ได้ลองอัดเสียง ได้ลองร้องเพลง ได้ลองเต้น และได้แสดงต่อหน้าคนจำนวนมาก
-    คุณได้ฝึกแต่งหน้า ทำผม บำรุงผิว และหันมาใส่ใจกับรูปร่างหน้าตาของตัวเอง
-    ฯลฯ สิ่งที่แต่ละคนได้รับอาจจะไม่เหมือนกัน

ถ้าคุณนึกออก คุณเคยเล่าสิ่งเหล่านี้ให้ผู้ปกครองคุณทราบไหม? อย่าบอกว่าเขินอายเลย เพราะสิ่งที่ผู้ปกครองมองว่าไร้สาระอาจจะเป็นเพราะไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ก็เป็นได้

เช่น
- “แม่ครับผมอยากจะแต่งเป็น XXX ในเกมที่ผมเล่น เพราะผมชอบตัวละครตัวนี้มากเลย ผมจะลองฝึกทำหน้ากาก เกราะ ชุด แล้วเอามาให้แม่ดูนะครับ”
- “พ่อคะ วันนี้หนูแต่งXXXX จะลงประกวดบนเวทีงานเดือนหน้า ต้องซ้อมการแสดงกับเพื่อนแล้วละค่ะ”

ถ้าที่บ้านของคุณไม่รู้ล่ะ ก็จะกลายเป็น...
- “ลุกขึ้นมาทำอะไร ทำบ้านรกทำไม เกะกะ” (ทั้งๆที่คุณทำออฟชั่น)
- “เอ... เป็นสาวเป็นนางทำไมออกจากบ้านบ่อยๆ” (ทั้งๆที่คุณไปซ้อมกับเพื่อน)

แล้วจากสิ่งเหล่านี้ที่คุณได้ฝึกสร้างสรรค์ขึ้นมา คุณเอามาใช้ประโยชน์ในสังคมปกตินอกเหนือจากงานการ์ตูนได้หรือไม่?

เช่น
- คุณค้นพบว่าตัวเองมีความสามารถในการออกแบบหรือตัดเย็บชุด คุณจะเรียนต่อแฟชั่นดีไซน์
- คุณค้นพบว่าตัวเองวาดรูปออกมาสวยงาม ไปเรียนกราฟฟิคดีไซน์
- คุณอยากรู้ภาษาญี่ปุ่น ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม
การที่คุณเกิดความต้องการที่จะเรียนรู้ก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์เช่นกัน

นอกจากคุณจะสนุกกับการคอสเพลย์ในปัจจุบันแล้วอยากให้คุณนึกถึงตัวคุณเองในอนาคตด้วยว่าคุณจะได้ประโยชน์อะไร หรือจะทำอะไรเพิ่มเติมได้อีก

 

คอสเพลย์แล้วรู้จักบริหารนะ

 


คุณคอสเพลย์แล้วค่าชุดของคุณมาจากไหน? คุณต้องอดออมเก็บค่าขนมของคุณหรือหางานพิเศษ หรือจะได้รับเงินเป็นพิเศษ ถ้าไม่ทำให้ใครเดือนร้อนแม้กระทั่งตัวคุณเอง เช่น คุณไม่ได้กระทำผิดด้วยการลักขโมยหรือหลอกลวงผู้อื่น คุณไม่ได้อดข้าวอดน้ำ เพื่อการคอสเพลย์ก็ไม่มีปัญหาค่ะ

และนอกจากนี้คุณยังมีความรับผิดชอบในส่วนที่คุณต้องรับผิดชอบอยู่ครบดีหรือไม่ เช่น คุณได้ทำการบ้าน ท่องหนังสือเตรียมสอบหรือเปล่า ได้ทำงานที่ได้รับมอบหมายมาครบหรือไม่ ถ้าหากคุณอยากคอสเพลย์คุณไม่ควรจะทำให้สิ่งเดิมๆที่คุณรับผิดชอบอยู่ขาดตกบกพร่อง เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคุณไม่พร้อมที่จะรับอะไรเพิ่มเติมค่ะ

หรือถ้าคุณคิดว่าคอสเพลย์ช่วยให้การรับผิดชอบบริหารดีขึ้น ก็ควรทำให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนค่ะ
เช่น คุณรู้จักจดบริหารรายรับรายจ่าย ทำตารางเวลาของตัวเอง รู้จักรับผิดชอบคนอื่นนอกจากตัวเองมากขึ้น

 

 

สำหรับเรา เราคิดว่า
งานการ์ตูนคือสถานที่ที่จะทำให้คุณแสดงออกถึงความสร้างสรรค์นั้นๆ
เช่น คุณวาดรูปเก่ง คุณวาดโดจินชิขาย ทำพวงกุญแจ ของต่างๆขาย
คุณเย็บผ้า ประดิษฐ์ของเก่ง คุณทำตุ๊กตา ทำออฟชั่นขาย
คุณมีหัวทางการค้า คุณหาของมาขายในงานหาทางสร้างรายได้ให้ตนเอง
แต่สำหรับคนคอสเพลย์คุณได้ใส่ชุดของตัวละครที่คุณชอบมาก
หลังจากที่คุณใช้เวลานานกว่าจะได้ชุดนี้มา คุณได้ถือออฟชั่นที่คุณตั้งใจทำขึ้นมาเคียงข้างคุณ

 



 
สาระ(ละมั้ง) จบแล้วขอไร้สาระต่อนะคะ
 
Tag:วันโกหก จาก Zerin
 

กติกา: เขียนอะไรก็ได้ที่อ่านต้องพูดคำว่า โกหกเเหงๆ

เเละดูด้านๆๆเเละหลงตัวเองโคตร(ใครมันจะกล้าทำ)

 

อ่า สวัสดีค่ะ เอแคลร์เริ่มเลยนะคะ
.๐(ใครห้ามล่ะ blog เธอนิ เริ่มมาก็ส่อแววตอแหล)
 
 
เอแคลร์หุ่นดีมาก สูงยาวเข่าดี มีทรง
.๐(ความสูงยังไม่ผ่านสอบแอร์ฯเลย หนูเอ้ย...)
 

เอแคลร์เป็นสาวเสียงหวานเหมือนเสียงคุกกี้ (Kugimiya Rie)
.๐(ฟังเสียงเธอแล้วฉันอยากให้พากย์สาวทึนทึกถึกๆมากกว่า)
 

เอแึคลร์เป็นคนโรแมนติก ชอบดูหนังเศร้าเคล้าน้ำตา หนังเกาหลีนี่สุดยอด
.๐(ทีวีเธอยังไม่เปิด คอมก็โหลดบิทเอาแต่ Anime)
 

เอแคลร์ชอบแสดงคอสเพลย์บนเวทีมากค่ะ
.๐(ใครหนอยืนสั่นข้างเวที)

เพราะเอแคลร์มีพรสวรรค์ทางด้านการร้อง เต้น เล่นละครสุดๆ
.๐(ผิดที่ ผิดทาง ผิดท่ามันทุกงาน)


เอแคลร์ชอบวิชาสังคม ประวัติศาสตร์ หรืออะไรที่ต้องท่องจำมากเพราะความจำดี
.๐(เลี้ยวซ้าย-ขวา ให้ถูกทิศเถอะจ๊ะ)

 
เอแคลร์เป็นแม่บ้านแม่เรือน ทำอาหาร ขนมได้ ฝีมือเหมือนริวจิในโทระโดระ
.๐(ไทกะรอกินชัดๆ... ไม่มีให้กินก็ไม่กินอีกต่างหาก)
 
 
เอแคลร์เกลียดสาวซึนเดเระที่สุด ทำไมปากไม่ตรงกับใจซะที
.๐(BG Blog + Avartar + คอสแต่ละตัว...)
 

สุดท้ายนี้เอแคลร์อยากบอกว่า
.๐(.......)


รักน้ำ รักปลา รักเอแคลร์นะคะ
.๐(พอๆกับ รักหลุยส์ ชอบหลุยส์ โหวตซะ!!! เลย..)
 
ใครใคร่อยากทำเชิญทำเชิญค่ะ...
ไม่เอาแล้ววว 

 
ก็รู้ตัวว่าไม่น่ารักหรอกนะ แต่ไหนๆก็ถ่ายมาแล้ว ลงซักภาพละกัน
ชุดเหมือนหนาวเลย... 
 
 
สงกรานต์นี้ขอหนีไปต่างจังหวัดละนะคะ 
 
แต่ก่อนหน้านั้น...
มาเล่นน้ำกันเถอะ!!!