คอสเพลย์ไม่ไร้สาระนะ!!! ...แล้วไง?...
posted on 10 Apr 2009 03:59 by angelk in Cosplayขอมอบ Entry นี้ให้แก่เด็กใหม่หัดคอสและตัวข้าพเจ้าเองเพื่อไว้เตือนสติตัวเอง
ประโยคที่คนคอสเพลย์ต้องเคยเจอ (เราเชื่อเองว่า 90% ต้องเคยเจอ)
“ทำไมถึงมาคอสเพลย์ ทำอะไรบ้า ๆ ไร้สาระ”
คำตอบที่เหมือนกันของทุกคนคือ เพราะ “ชอบ”
จริงๆแค่นั้นก็น่าจะจบ เพราะหลาย ๆ คนทำหลาย ๆ อย่างด้วยความชอบส่วนตัวทั้งนั้น ไม่จำเป็นหรอกว่าทุกอย่างต้องมีเหตุผลเสมอไป
แต่ปกติคนเราใช้อารมณ์ควบคู่กับเหตุผลในตัดสินใจ แล้วคุณมีเหตุผลหรือไม่?
คุณชอบคอสเพลย์เพราะอะไร? คุณตอบตัวเองได้ไหม นอกจากคำว่า “ชอบ”
เพราะคนคอสเพลย์หลายคนยังต้องพึ่งพาเงินจากผู้ปกครอง (สำหรับคนที่มีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว หรือมีฐานะดีมากข้ามได้เลยค่ะ)
อยากทุกๆคนให้ระลึกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์นั้นมีค่า คุณพ่อ-คุณแม่ หรือผู้ปกครองต้องทำงานเพื่อหาเงิน และเขายังต้องจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ตที่คุณกำลังใช้ ค่าภาษี ค่าซ่อมบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมันรถ ค่าการเดินทาง ฯลฯ รวมทั้ง “ค่าขนมลูก” ลองคิดเล่นๆดูนะคะว่าฐานะปัจจุบันของคุณต้องมีเงินเดือนเท่าไรถึงจะพอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ หากคุณต้องดูแลบ้านคุณต่อไปในอนาคต
นั่นแหล่ะค่ะ สาเหตุที่ผู้ปกครองท่านถึงถามบ่อยๆว่าทำแล้วได้สาระอะไร
การคอสเพลย์คุ้มค่ากับเวลาและเงินที่เสียไปหรือไม่?
ถ้าคุณตอบว่า...
“ดีกว่าไปซื้อของแพงๆ ซื้อของแบรนด์เนม”
“ดีกว่าไปจีบสาว จีบหนุ่ม”
“ดีกว่าไปเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้า สูบบุหรี่”
“ดีกว่าไปเสพยา เล่นการพนัน”
ขออนุญาตนะคะ...
- คนที่ซื้อของแพงๆ ของแบรนด์เนมก็จะบอกว่า ซื้อมาแล้วต่อไปก็ยังขายได้ราคาดี เป็นที่ยอมรับในสังคม ใช้แล้วเป็นการยกระดับให้ตัวเอง ของดีมีคุณภาพย่อมทนทานกว่า จะได้ใช้ไปนานๆ แล้วชุดคอสของคุณล่ะคะ ค่าตัดแพงกว่าเสื้อผ้าธรรมดา แต่ใส่กี่ครั้ง? ใส่บ่อยๆไหม?
- คนที่จะไปจีบใคร ความคิดแบบนี้มีได้ทุกประเภทของสังคมค่ะ คนที่มางานเพราะหวังแบบนี้ งานการ์ตูนก็มีค่ะ
- คนที่จะไปเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้า สุบบุหรี่นั้น คนที่มีวุฒิภาวะหลายๆคนไปเพื่อผ่อนคลายค่ะ วิธีคลายความเครียดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อะไรๆที่ทำอยู่ในระดับพอดีๆ ไม่เดือนร้อนคนอื่นก็ไม่เป็นไรค่ะ เค้าอาจจะชอบการผ่อนคลายแบบนั้น ชอบบรรยากาศในร้านเหมือนที่เราชอบอยู่ในงานการ์ตูน เค้าอาจจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบเหมือนเวลาที่เราหยิบหนังสือการ์ตูนขึ้นมาอ่าน
(ไม่ได้สนับสนุนนะคะ เข้าใจว่าไม่ดีต่อสุขภาพค่ะ แต่คนที่ต้องการการผ่อนคลายในรูปแบบนี้มีจริงๆค่ะ)
- คนที่เสพยา และเล่นการพนัน อันนี้ไม่ดีแน่ๆค่ะ แต่ขอร้องว่าอย่าเอาการคอสเพลย์ไปเปรียบเทียบเลย ถ้าคุณคิดว่าการคอสเพลย์มีดีกว่าคนที่เสพยาและเล่นการพนันมาก อยากให้ลองหาเหตุผลประกอบด้วยค่ะ เพราะคนอีกหลายล้านคนก็ไม่ได้เป็นคนที่เสพยา และเล่นการพนันเช่นเดียวกัน
แล้วเหตุผลแบบไหนถึงจะเป็นเหตุผลที่ดีล่ะ?
เราคงตอบได้ไม่หมด เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ขอยกตัวอย่างดังนี้ค่ะ
เพื่อนคนไหนล่ะ? สังคมสมัยใหม่เป็นสังคมที่ผิวเผินมาก แค่แอม MSN หรือ Hi5 คุยกัน 2-3 คำก็ให้เบอร์โทรศัพท์นัดเจอกันก็มี ถ้าเราไม่ทำความรู้จักคนๆนั้นให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน เราอาจจะได้เพื่อนที่ไม่ดีก็ได้
คุณเคยเล่าเรื่องเพื่อนๆของคุณให้ที่บ้านฟังหรือไม่ อย่างน้อยก็ตอบให้ได้ว่า เพื่อนชื่ออะไร เรียนอยู่ที่ไหน บ้านอยู่แถวไหน ยืนยันการมีตัวตนของเพื่อน คุณเคยเปิดรูปให้ดูแล้วแนะนำว่านี่เป็นเพื่อนของคุณหรือเปล่า คุณเคยให้ที่บ้านรู้จักเพื่อนของคุณแล้วหรือยัง เป็นสิ่งที่คุณควรจะทำค่ะ
ไม่มีผู้ปกครองคนไหนอยากให้ลูกคบคนที่ไม่ดี เพื่อนที่ดีๆย่อมชักจูงคุณไปทางที่ดี ลองเล่าเรื่องสิ่งดีๆที่คุณได้จากเพื่อนคนนี้ให้ผู้ปกครองคุณฟังดูสิ สมมติว่าเธอชื่อ A
- “แม่วันนี้ได้คุยกับ A เค้าชอบการ์ตูนเรื่องเดียวกับผมเลย คนนี้อ่ะแม่ ผมว่าจะคุยกับเค้าเรื่องคอสเพลย์ดู”
- “แม่คะ วันนี้ A พาหนูไปเลือกซื้อผ้ามาด้วยละ A รู้จักเลือกผ้าเก่งมากเลย หนูได้รู้อะไรเยอะแยะเลย”
- “พ่อครับ วันนี้ผมขอไปข้างนอกกับเพื่อนชื่อ A จากโรงเรียน XXX นะ แต่ผมจะกลับมาทานข้าวเย็นกับพ่อนะ“
อาจจะดูเหมือนเรื่องส่วนตัว ทำไมต้องบอกผู้ปกครอง แต่ถ้าผู้ปกครองรู้จักเพื่อนของคุณจะช่วยลดคลายความกังวลของผู้ปกครอง เช่น ถ้าแนะนำแล้ว “หนูไปงานกับ A นะ” ผู้ปกครองก็จะนึกภาพออกและโล่งใจที่คุณมีเพื่อนร่วมงานเรียบร้อย
ถ้าคุณเอาเงินค่าขนมทั้งหมดที่เก็บได้ ไปจ้างคนตั้งแต่เลือกผ้า ตัดชุด ซื้อวิก เซ็ตทรง ทำออฟชั่น ทั้งหมด แล้วคุณเอามาใส่ถ่ายรูป ยืนโพส เดินยิ้ม คุณไม่ได้สร้างสรรค์อะไรเลยค่ะ
ตั้งแต่คอสเพลย์มา คุณเคยทำอะไรบ้างลองนึกดูสิคะ
เช่น
- คุณได้ฝึกวาดแบบแกะแบบเสื้อผ้าจากตัวการ์ตูนให้กลายเป็นเสื้อผ้าได้จริงๆ
- คุณได้เลือกผ้าเป็นครั้งแรก รู้จักชนิดของผ้าและอุปกรณ์ต่างๆมากขึ้น
- คุณรู้จักว่าซื้อของที่ไหนถูกกว่าที่ไหน แค่ไหนถึงจะเหมาะสม
- คุณได้รู้จักการทำอุปกรณ์จำลองต่างๆ ด้วยตัวคุณเอง รู้จักเอาอุปกรณ์ที่มีอยู่มาประยุกต์ทำสิ่งต่างๆ
- คุณได้ฝึกซ้อมการแสดง ได้ลองอัดเสียง ได้ลองร้องเพลง ได้ลองเต้น และได้แสดงต่อหน้าคนจำนวนมาก
- คุณได้ฝึกแต่งหน้า ทำผม บำรุงผิว และหันมาใส่ใจกับรูปร่างหน้าตาของตัวเอง
- ฯลฯ สิ่งที่แต่ละคนได้รับอาจจะไม่เหมือนกัน
ถ้าคุณนึกออก คุณเคยเล่าสิ่งเหล่านี้ให้ผู้ปกครองคุณทราบไหม? อย่าบอกว่าเขินอายเลย เพราะสิ่งที่ผู้ปกครองมองว่าไร้สาระอาจจะเป็นเพราะไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ก็เป็นได้
เช่น
- “แม่ครับผมอยากจะแต่งเป็น XXX ในเกมที่ผมเล่น เพราะผมชอบตัวละครตัวนี้มากเลย ผมจะลองฝึกทำหน้ากาก เกราะ ชุด แล้วเอามาให้แม่ดูนะครับ”
- “พ่อคะ วันนี้หนูแต่งXXXX จะลงประกวดบนเวทีงานเดือนหน้า ต้องซ้อมการแสดงกับเพื่อนแล้วละค่ะ”
ถ้าที่บ้านของคุณไม่รู้ล่ะ ก็จะกลายเป็น...
- “ลุกขึ้นมาทำอะไร ทำบ้านรกทำไม เกะกะ” (ทั้งๆที่คุณทำออฟชั่น)
- “เอ... เป็นสาวเป็นนางทำไมออกจากบ้านบ่อยๆ” (ทั้งๆที่คุณไปซ้อมกับเพื่อน)
แล้วจากสิ่งเหล่านี้ที่คุณได้ฝึกสร้างสรรค์ขึ้นมา คุณเอามาใช้ประโยชน์ในสังคมปกตินอกเหนือจากงานการ์ตูนได้หรือไม่?
เช่น
- คุณค้นพบว่าตัวเองมีความสามารถในการออกแบบหรือตัดเย็บชุด คุณจะเรียนต่อแฟชั่นดีไซน์
- คุณค้นพบว่าตัวเองวาดรูปออกมาสวยงาม ไปเรียนกราฟฟิคดีไซน์
- คุณอยากรู้ภาษาญี่ปุ่น ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม
การที่คุณเกิดความต้องการที่จะเรียนรู้ก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์เช่นกัน
นอกจากคุณจะสนุกกับการคอสเพลย์ในปัจจุบันแล้วอยากให้คุณนึกถึงตัวคุณเองในอนาคตด้วยว่าคุณจะได้ประโยชน์อะไร หรือจะทำอะไรเพิ่มเติมได้อีก

คุณคอสเพลย์แล้วค่าชุดของคุณมาจากไหน? คุณต้องอดออมเก็บค่าขนมของคุณหรือหางานพิเศษ หรือจะได้รับเงินเป็นพิเศษ ถ้าไม่ทำให้ใครเดือนร้อนแม้กระทั่งตัวคุณเอง เช่น คุณไม่ได้กระทำผิดด้วยการลักขโมยหรือหลอกลวงผู้อื่น คุณไม่ได้อดข้าวอดน้ำ เพื่อการคอสเพลย์ก็ไม่มีปัญหาค่ะ
และนอกจากนี้คุณยังมีความรับผิดชอบในส่วนที่คุณต้องรับผิดชอบอยู่ครบดีหรือไม่ เช่น คุณได้ทำการบ้าน ท่องหนังสือเตรียมสอบหรือเปล่า ได้ทำงานที่ได้รับมอบหมายมาครบหรือไม่ ถ้าหากคุณอยากคอสเพลย์คุณไม่ควรจะทำให้สิ่งเดิมๆที่คุณรับผิดชอบอยู่ขาดตกบกพร่อง เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคุณไม่พร้อมที่จะรับอะไรเพิ่มเติมค่ะ
หรือถ้าคุณคิดว่าคอสเพลย์ช่วยให้การรับผิดชอบบริหารดีขึ้น ก็ควรทำให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนค่ะ
เช่น คุณรู้จักจดบริหารรายรับรายจ่าย ทำตารางเวลาของตัวเอง รู้จักรับผิดชอบคนอื่นนอกจากตัวเองมากขึ้น
เช่น คุณวาดรูปเก่ง คุณวาดโดจินชิขาย ทำพวงกุญแจ ของต่างๆขาย
คุณเย็บผ้า ประดิษฐ์ของเก่ง คุณทำตุ๊กตา ทำออฟชั่นขาย
คุณมีหัวทางการค้า คุณหาของมาขายในงานหาทางสร้างรายได้ให้ตนเอง
แต่สำหรับคนคอสเพลย์คุณได้ใส่ชุดของตัวละครที่คุณชอบมาก
กติกา: เขียนอะไรก็ได้ที่อ่านต้องพูดคำว่า โกหกเเหงๆ
เเละดูด้านๆๆเเละหลงตัวเองโคตร(ใครมันจะกล้าทำ)
อ่า สวัสดีค่ะ เอแคลร์เริ่มเลยนะคะ
.๐(ใครห้ามล่ะ blog เธอนิ เริ่มมาก็ส่อแววตอแหล)
เอแคลร์เป็นสาวเสียงหวานเหมือนเสียงคุกกี้ (Kugimiya Rie)
.๐(ฟังเสียงเธอแล้วฉันอยากให้พากย์สาวทึนทึกถึกๆมากกว่า)
เอแึคลร์เป็นคนโรแมนติก ชอบดูหนังเศร้าเคล้าน้ำตา หนังเกาหลีนี่สุดยอด
เอแคลร์ชอบแสดงคอสเพลย์บนเวทีมากค่ะ
เพราะเอแคลร์มีพรสวรรค์ทางด้านการร้อง เต้น เล่นละครสุดๆ
เอแคลร์ชอบวิชาสังคม ประวัติศาสตร์ หรืออะไรที่ต้องท่องจำมากเพราะความจำดี
เอแคลร์เป็นแม่บ้านแม่เรือน ทำอาหาร ขนมได้ ฝีมือเหมือนริวจิในโทระโดระ
สุดท้ายนี้เอแคลร์อยากบอกว่า
รักน้ำ รักปลา รักเอแคลร์นะคะ
Aklare : เอแคลร์
Aklare's Cosplay Articles

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ
คอสเพลย์ไม่จำเป็นว่าจะต้องแพงเสมอไป คอสแบบประหยัดๆก็มี เอาเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แ้ล้วหรือบังเอิญแบบเหมือนกับตัวที่จะคอสมาัดัดแปลงบ้าง วิกสีขาวอะไรถ้าคิดว่าใช้ครั้งเดียวแล้วไม่ได้ใช้อีกก็เอามาย้อมใช้เป็นตัวอื่นบ้าง รองเท้าถ้ามันสามารถเอาของเก่ามาดัดแปลงเช่นเย็บต่อเพิ่มหรือแปะรายละเอียดเล็กน้อยได้ก็ลองทำดูดีกว่า นอกจากจะประหยัดแล้วยังช่วยฝึกให้เราเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย (พูดๆไปรู้สึกเหมือนตัวเองงก...แต่อยู่ญี่ปุ่นยิ่งต้องงกอย่างนี้เป็นสองเท่าเพราะผ้ามันแพงเหลือเกิน
สงกรานต์นี้โรงเรียนเปิดพอดีเลยไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ
ป.ล.สาดน้ำใส่เจ้าของกระทู้ด้วย
#1 By *。::Eda::。* on 2009-04-10 07:01